Treehost ต้นไม้ของคุณ

Treehost.in.th เริ่มเปิดให้บริการ เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting ) ระบบเซิฟเวอร์เสมือน (VPS) และ บริการจดโดเมนเนม (Domain name) มาตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2553 โดยเน้นหลักการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว เป็นกันเองด้วยบริการที่ประทับใจ ใช้ระบบเซิฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง สเถียรภาพดีเยี่ยม ด้วยราคาที่คุ้มค่า ช่วยให้ลูกค้าของเราหมดกังวลกังวลกับปัญหาเว็บล่ม ซึ่งเราจะยังเดินหน้าพัฒนาต่อไปเพื่อขยายขอบเขตการให้บริการแก่ลูกค้าและสร้างความมั่นใจกับลูกค้าอย่างไม่สิ้นสุด
Treehost เป็นบริการหนึ่งในเครือของ Onairnetwork ผู้ให้บริการวางระบบ Server Colocation และ Internet Solution ครบวงจรให้บริการกับองค์กรและบริษัทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ มีผลการตอบรับต่อการให้บริการที่ดี มีการเติบโตขยายการให้บริการในด้านต่างๆอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเอาใจใส่ และเชี่ยวชาญของเรา Onairnetwork , Treehost และบริการในเครือจึงสามารถให้ความมั่นใจกับลูกค้าทุกท่านได้ว่า บริการของเราจะมีความมั่นคงและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดบนพื้นฐานของการบริการที่ประทับใจในราคาที่คุ้มค่าที่สุด
คำว่า TreeHost เป็นผลจากแนวคิดของการให้บริการในลักษณะของต้นไม้ โดยเปรียบ Host เป็นเสมือนต้นไม้ที่มีกิ่งก้านสาขา มีเว็บไซต์เป็นเสมือนใบไม้แต่ละใบ TreeHost จึงเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่มีรากฐานมั่นคงแข็งแรงและพร้อมที่จะขยายไปกับใบไม้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีพวกเราทีมงานที่พร้อมจะพรวนดินใส่ปุ๋ยต้นไม้ต้นนี้ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เรามี เพื่อให้ต้นไม้ต้นนี้ งอกงามร่มเย็นต่อไป
หากท่าน กำลังมองหาต้นไม้ดีๆรากฐานแข็งแรงที่จะเติบใหญ่ไปพร้อมกับใบไม้ของท่าน เราพร้อมที่จะเป็นต้นไม้ต้นนั้นและดูแลใบไม้ของท่านให้งดงาม เขียวขจี ตลอดไป

“Web Hosting” คืออะไร

สวัสดีครับเพื่อนๆ ช่วงนี้ข่าวเรื่องไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่2009 ก็ออกข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน ก็เลยทำให้เพื่อนๆหลายคนไม่อยากออกจากบ้าน จริงๆผมก็ไม่ค่อยจะเห็นด้วยเท่าไหร่ที่เพื่อนจะเอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้าน เพราะนอกจากจะทำให้เราพลาดในหลายๆโอกาสแล้ว ผมยังคิดว่า มันยิ่งทำให้เศรษฐกิจบ้านเราทรุดลงตามไปด้วยนะครับ ยังงัยๆ ก็ช่วยๆกันออกไปจับจ่ายใช้สอยสักหน่อยนะครับ แล้วก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆด้วยนะครับ

เพื่อนๆหลายคนที่เคยเขียนโปรแกรมประเภท web programing จำพวกภาษา PHP, Python, Ruby, ASP คงหนีไม่พ้นเลยที่จะต้องรู้จักโปรแกรมประเภทที่ทำhosting server ให้เครื่องเรากลายเป็นเว็บ Web Server เพื่อจำลองการทำงานของโปแกรมเรา เพราะภาษาโปรแกรมที่เราเขียนจะต้องทำงานที่ฝั่ง server ก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งรันบนฝั่ง server เพื่อดูผลการทำงาน แล้วถ้าเราต้องการจะลองทำงานกับ server จริงๆหล่ะ เพื่อนๆจะทำยังงัย วันนี้ผมอยากจะพาเพื่อนๆมาแนะนำให้รู้จักกับความหมายของเว็บโฮสติ้ง เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆที่สนใจจะเป็นเว็บมาสเตอร์จริงๆ สามารถเลือกเว็บโฮสติ้งได้ถูกตามความต้องการ หลังจากเพื่อนๆได้อ่านบทความที่ผมนำมาเสนอแล้ว เพื่อนๆก็ลองเข้าไปดูเงื่อนไขที่แต่ละเว็บโฮสติ้งโฆษณากันดูนะครับ ว่าแต่ละเจ้ามีเงื่อนไขอะไรดีๆมานำเสนอบ้าง ลองเข้าไปทดสอบดูครับว่าผู้ให้บริการเว็บโอสติ้งเจ้าไหน เร็วบ้าง ก็โดยการลองเข้าไปดูตามลิ้งค์ที่ปรากกฏอยู่ ถ้าอันไหนแสดงผลได้เร็ว เราก็พอจะประมาณได้ว่า server ที่ให้บริการนั้น ค่อนข้างที่จะใหม่และมีการวางระบบที่ค่อนข้างทำงานได้เร็ว ซึ่งจะช่วยทำให้เพื่อนๆสามารถตัดสินใจได้ระดับหนึ่ง เรามาเริ่มกันเลยครับ

เว็บโฮสติ้งคือ

web hosting เว็บโฮสติ้ง คือ การเช่าพื้นที่โฮสติ้ง เพื่อเก็บข้อมูลและเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามายังเว็บไซต์ของเราได้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ เหมือนกับเราเช่าพื้นที่เพื่อฝากข้อมูล เนื้อหาต่างๆ ที่อยู่ภายในเว็บไซต์ของเรากับผู้ให้บริการเช่าพื้นที่โฮสติ้งนั่นเอง ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็จะเหมือนกับการที่เราเช่าโกดังเพื่อเก็บสินค้า ของเรานั่นเอง

เมื่อเรารู้จักกับเว็บโฮสติ้งกันแล้วว่าคืออะไร แล้วเพื่อนๆ เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่าแล้วโฮสติ้งที่เราเข้าใจและใช้งานกันอยู่ทุกวัน เนี่ย มีความเป็นมาอย่างไร แล้วเริ่มต้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้ที่คิดค้นหรือค้นพบกันนะ วันนี้เพื่อนๆ จะหายข้องใจแล้วค่ะ เพราะวันนี้เราจะนำเรื่องราวของที่มาที่ไปของเว็บโฮสติ้งมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันค่ะ

สำหรับความเป็นมาของเว็บโฮสติ้งนั้นถือกำเนิดมาพร้อมๆ กับการใช้งานอินเทอร์เน็ท ส่วนในประเทศไทยกลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มแรกๆ นั้นจะอยู่ในกลุ่มของมหาวิทยาลัย และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลประโยชน์ต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานราชการเป็นส่วนใหญ่ โดยเชื่อมต่อผ่านทางการสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ (CAT) ต่อมาเมื่อความนิยมการใช้อินเทอร์เน็ตมีเพิ่มมากขึ้น การให้บริการเว็บโฮสติ้งในรูปแบบเชิงพาณิชย์จึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง ISP ที่กระจายการให้บริการไปยังกลุ่มภาคธุรกิจขนาดกลาง และขนาดเล็ก

และ ในปัจจุบันด้วยความนิยมในการใช้อินเทอร์เน็ตมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นส่วนของหนึ่งของชีวิตประจำวันกันไปแล้ว ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทนั่นก็คือ

Web Hosting

1. โฮสติ้งแบบให้บริการฟรี
สำหรับ ผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งฟรีนั้น เราสามารถค้นหารายชื่อผู้ให้บริการได้ตามเสิร์ชเอนจิ้นทั่วไปได้ค่ะ ซึ่งก็มีผู้ให้บริการอยู่หลายเจ้าเหมือนกัน ทั้งนี้ก็แล้วแต่ว่าผู้ให้บริการแต่ละเจ้านั้นจะให้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล เป็นจำนวนเท่าไหร่ มากหรือน้อย ส่วนวิธีการเลือกผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งนั้น คุณสามารถติดตามอ่านได้ที่บทความ “มือใหม่หัดเลือกโฮสติ้ง”

2. โฮสติ้งแบบเสียค่าบริการ
ในปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการหลายหลายเจ้า ให้เลือกได้ตามความต้องการ ความเหมาะสมของผู้ใช้งาน นอกจากจะมีผู้ให้บริการมากมายหลายเจ้าให้เราเลือกใช้บริการแล้ว รูปแบบของใช้บริการเว็บโฮสติ้งก็ยังสามารถแยกออกมาได้ดังนี้อีกด้วยค่ะ

2.1 Dedicated Server การเช่าแบบนี้เป็นการเช่าแบบเหมาทั้งตัวเครื่อง เช่นหากเปรียบเทียบให้เซอร์ฟเวอร์เป็นเครื่องหนึ่งเครื่องก็เท่ากับเราเช่า หมด ยกทั้งเครื่องนั่นเอง สำหรับการเช่าในรูปแบบนี้จะเหมาะกับเว็บไซต์ขององค์กรที่มีขนาดใหญ่

2.2 Colocation เป็นการเช่าแบบพื้นที่ โดยการนำตัวเครื่องเซอร์ฟเวอร์ของเราทั้งเครื่องไปเช่าพื้นที่ในการติดตั้ง อีกทีนึง หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็คล้ายกับการที่เราเช่าผืนที่ดินแล้วไปปลูกบน ที่ดินที่เราเช่านั่นเอง สำหรับการเช่าในรูปแบบนี้จะเหมาะกับเว็บไซต์ขององค์การที่มีขนาดใหญ่มากๆ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว

2.3 Shared Hosting เป็นการเช่าในลักษณะที่เรียกว่าเช่าพื้นที่เพียงบางส่วน คล้ายๆ กับการที่เราเช่าห้องพักในคอนโดหรือหอพักนั่นเองค่ะ ซึ่งการเช่าโฮสติ้งในแบบนี้จะเหมาะกับบุคคลทั่วไป เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าทั้ง 2 รูปแบบข้างบน นอกจากนี้การเช่าในลักษณะนี้ยังมีให้เลือกอีกถึง 3 ชนิด ทังนี้ทางทีมงานได้ทำการอธิบายและเปรียบเทียบการทำงานของทั้ง 3 ชนิดขึ้นมาเพื่อเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นนะคะ

รูปแบบของโฮสติ้งความหมายของแต่ละลักษณะการใช้งาน
Windowsเป็นรูปแบบที่นิยมใช้มากที่สุดเนื่องจาก ใช้คำสั่งแบบตัวอักษร เหมาะกับการใช้ใช้งานง่าย เป็นการพัฒนาต่อจาก DOS งานร่วมกับ Software ที่พัฒนาด้วย .asp, .net หากคุณเลือกแบบ Windows จะมีข้อเสียตรงที่การกำหนดสิทธิ์ค่อนข้างมีความยุ่งยาก
Unix, Linuxถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ร่วมกับงานวิจัย สำหรับการใช้งานจะเหมาะกับ Software และภาคธุรกิจ เนื่องจากการมีความที่พัฒนาด้วย .php ค่าใช้จ่ายในการใช้งานสะดวกในการใช้งานมากกว่า จะมีราคาถูกกว่า Windows ราคาถูกกว่า Windows และสามารถทำงานได้หลายงานในเวลาพร้อมๆ กัน

ดัง นั้นคุณผู้อ่านท่านใดที่สร้างเว็บไซต์ด้วย CMS ไม่ว่าจะเป็น Joomla, WordPress ก็ควรเลือกโฮสติ้งแบบ Unix, Linux จะดีที่สุดค่ะ ทั้งนี้ก็เนื่องจาก Joomla, WordPress นั้นใช้ภาษา .php นั่นเองค่ะ และสิ่งที่สำคัญอีกข้อหนึงที่เราควรพิจารณานั่นก็คือ การวิเคราะห์ว่าผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เราส่วนใหญ่นั้นมาจากในประเทศหรือ ต่างประเทศด้วยนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อความรวดเร็วในการเข้าเว็บไซต์นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าสำหรับมือใหม่ๆ เวลาจะเข้าไปใช้บริการเว็บโฮสติ้งจากที่ไหนสักแห่งอาจจะเกิดอาการงงกับคำ ศัพท์ทั้งหลายที่เกี่ยวกับโฮสติ้ง ไม่ว่าจะเป็น DNS, Banwidth etc. ว่าคืออะไร แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ทางทีมงานได้อธิบายคำศัพท์ไว้ให้แล้ว เรามาดูกันดีกว่าแต่ละคำศัพท์นั้นมีหมายถึงอะไร เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจได้อย่างง่ายขึ้น

มาเริ่มกันที่คำศัพท์ ตัวแรกเลยนะคะ

– DNS คือ Domain name system ระบบที่ใช้เก็บช้อมูลของชื่อโดเมน ระบบที่ใช้เก็บข้อมูลของชื่อโดเมน แปลงหมายเลขไอพีซึ่งเป็นชุดตัวเลขประจำเครื่องที่จดจำยากให้เหลือเพียงแค่ ชื่อเว็บไซต์ที่จำง่ายนั่นเอง

– Bandwidth คือ พื้นที่ในการส่งข้อมูล ถ้าหากมีพื้นที่ที่กว้าง ก็จะสามารถส่งข้อมูลได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น เปรียบเสมือนกับถนน หากถนนมีความกว้างหรือมีเลนให้รถวิ่งมาก ก็จะเดินทางได้สะดวก และสะดวกมากขึ้นนั่นเอง

– Storage คือ การจัดเก็บข้อมูล การนำข้อมูลที่ผ่านกระบวนการการทำงานทั้งการนำเข้า การประมวลผล และการแสดงผลเป็นที่เรียบร้อยแล้วมาทำการบันทึกลงในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล Storage Device เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้เมื่อต้องการค่ะ

– OS คือ operating system ซอฟแวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป / ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการจัดการและควบคุมการทำงานต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์

– ISP คือ บริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ต ย่อมาจาก Interner Service Provide เป็นหน่วยงานที่บริการให้เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือเครือ ข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท เข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก อาทิ KSC, TRUE, TOT เป็นต้น

– DOS คือ Disk Operation System เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท IBM เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง PC โปรแกรม DOS จะถูกโหลดหรืออ่านจากแผ่นดิสก์เข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจำ หลังจากนั้นจะไปทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานต่างๆ โดยอัตโนมัติ การทำงานเป็นแบบ Text mode สั่งงานโดยการกดคำสั่ง

– CMS คือ Content Management System ระบบจัดการเนื้อหา หรือ เว็บสำเร็จรูปนั่นเองค่ะ เช่น Worpresss Joomla Drupal mambo เป็นต้น

– PHP คือ personal home page ภาษาที่นำไปพัฒนาเว็บไซต์ สามารถทำงานร่วมกับภาษา HTML ได้

– Asp คือ Active server page เทคโนโลยีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับเว็บเพจ พัฒนาโดยบริษัท ไมโครซอฟต์ มีจุดเด่นในการพัฒนาและจัดการแอพพลิเคชั่นบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยจะทำงานในลักษณะของโปรแกรมภาษา Interpreter ที่ใช้ในการตีความเว็บเพจที่เขียนขึ้นมาโดยใช้ภาษา VBScript, JSCript เป็นต้น

– .net คือ โดเมนเนมสากลที่ทุกประเทศสามารถจดได้ แต่จะต้องสำหรับเว็บไซต์ทางด้านเน็ตเวิร์ก หรือ กลุ่มบริหารเครือข่าย (Network Services) เท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับความหมายและที่มาที่ไป รวมถึงรูปแบบของเว็บโฮสติ้ง ว่าทั้งหมดมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทนั้นมีการทำงาน และแตกต่างกันออกไปอย่างไรบ้าง นี่ก็เป็นเพียงความรู้และข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้นนะคะ หากคุณผู้อ่านที่ต้องการจะเลือกผู้ให้บริการเว็บโฮสติ้งก็สามารถติดตามอ่าน ได้ที่บทความ “มือใหม่หัดเลือกโฮสติ้ง” ได้นะคะ และสำหรับฉบับหน้านั้นทางทีมงานจะนำเรื่องอะไรมานำเสนอให้ได้อ่านกันคงต้อง ติดตามกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าค่ะ ^ ^

ที่ มา iBusiness Magazine http://www.trawutspace.com

Host คืออะไร

Host คืออะไร

Host ( Hosting, Web Hosting ) เป็นบริการให้เช่าพื้นที่ในการนำเว็บไซต์มาฝาก เพื่อให้เว็บไซต์คุณสามารถออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ โดยเป็นการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ คือ ผู้ใช้บริการไม่ต้องยุ่งยากกับระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ เพราะทางผู้ให้บริการ Host จะเตรียมการทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อย แต่คุณต้องทำการ จดโดเมน ก่อนแล้วจึงมาเช่า Host เพื่อเก็บเว็บไซต์

การเลือก Host ให้กับเว็บไซต์คุณ

1. Host ตั้งอยู่ในประเทศหรือต่างประเทศ

ให้คุณดูก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ามาที่เว็บของคุณ คือใคร หากเป็นลูกค้าในประเทศ ก็ควรเลือก Host ที่ตั้งอยู่ในประเทศ เพราะเวลาลูกค้าคุณเข้ามาดูข้อมูลในเว็บไซต์คุณ ก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า ไม่ต้องวิ่งไปหาข้อมูลที่ต่างประเทศ แต่หากลูกค้าคุณเป็นลูกค้าต่างประเทศ ก็ควรเลือก Host ที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ เพื่อการเข้าถึงของลูกค้าคุณจะได้รวดเร็วกว่าที่จะต้องเข้ามาดูข้อมูลที่ เก็บไว้ที่ Host ในเมืองไทย ขนาดพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล ต้องพอเพียงกับข้อมูลของ Web Site ที่จัดทำ
2.

ปกติพื้นที่ขนาด 5 MB ก็เพียงพอต่อการนำเว็บไซต์ทางธุรกิจทั่วไป ที่มี่ภาพและข้อมูล ยกเว้นแต่หากท่านจะมีข้อมูลเป็นจำนวนมากๆ เช่น ข้อมูลรูปภาพหรือไฟล์เอกสารต่างๆ ที่จะเปิดให้ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดได้หลายรายการ และแต่ละไฟล์มีขนาดใหญ่ ท่านอาจจะต้องพื้นที่เพิ่ม และบางแห่งจะนำ พื้นที่ ๆ เก็บ E-mail มานำไปคิดรวมกับพื้นที่ ๆ เก็บไฟล์ข้อมูลของเว็บไซต์คุณ ซึ่งอาจจะทำให้พื้นที่ของเว็บไซต์ท่านไม่เพียงพอต่อการใช้งานได้ เพราะจะต้องใช้ร่วมกับ E-mail ซึ่งต้องเช็คกับทางผู้ให้บริการ ก่อนตัดสินใจใช้ E-mail Box แยกออกจากพื้นที่เก็บไฟล์ข้อมูลเว็บหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่หากรวมกัน ท่านอาจจะต้องการพื้นที่ Host อย่างน้อย 15 MB เป็นอย่างต่ำ จะมีการใช้เว็บโปรแกรมมิ่งไหมในเว็บของคุณ?
3.

ถ้าหากเว็บไซต์คุณมีการใช้เว็บโปรแกรมมิ่งในการทำเช่น เว็บบอร์ด, โปรแกรมส่งเมล์หาสมาชิก (Mailing List), หรือ โปรแกรมการเก็บฐานข้อมูล (Database) คุณควรจะเช็คกับทางผู้ให้บริการ Host ว่า Server ของเค้าเป็น OS อะไร ถ้าหากเป็น Windows ก็สามารถใช้กับ ภาษาในการเขียนโปรแกรมได้แก่ ASP, PHP, Perl ได้ แต่หากเป็น Linux ก็จะสามารถใช้ได้แค่ PHP, Perl เท่านั้น หรือบางท่านอาจจะต้องการใช้ระบบรักษาความปลอดภัย ก็อาจจะต้องใช้บริการ ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลแบบ SSL (Secure Socket Layer) ซึ่งจะเหมาะกับเว็บไซต์ทีทำ E-Commerce ทดสอบคุณภาพการบริการทางอีเมล์
4.

คุณอาจจะลองเมล์ไปสอบถามคำถามต่าง ๆ กับทาง Support แล้วลองดูระยะเวลาการตอบกลับอีเมล์ปัญหาของคุณ ว่าใช้เวลามากน้อยแค่ไหน ถ้าการตอบแต่ละครั้งใช้เวลานาน (ไม่ควรเกิน 1 วัน) แบบนี้ก็ไม่น่าที่จะเลือกใช้บริการ ลองส่งเมล์ไปสอบถามซัก 4-5 ครั้ง หรือมากกว่านี้ก็ได้ เพื่อดูความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้ลูกค้า และ ความใส่ใจในการบริการ ของผู้ให้บริการ ราคาไม่ใช่ตัวบอกถึงคุณภาพการบริการเสมอไป
5.

Host ที่มีราคาแพง ไม่จำเป็นว่าจะมีประสิทธิภาพ และบริการที่ดีเสมอไป ในการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจ Host คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อบริการที่ดีกว่า คำว่า “ของดีราคาถูก” ยังมีอยู่ให้เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ช่องทางการติดต่อกับผู้ให้บริการ
6.

ควรจะมีหลาย ๆ ช่องทางในการที่จะติดต่อกับผู้ให้บริการได้ เผื่อในกรณีที่เกิดปัญหาจะได้ติดต่อได้อย่างรวดเร็ว ทั้งเบอร์โทรศัพท์พื้นฐาน, โทรศัพท์มือถือ และทางอีเมล์ ผู้ให้บริการ Host บางรายแม้ว่าจะมีการให้บริการที่ดี แต่ถ้าคุณสามารถติดต่อได้แค่ทางอีเมล์แล้ว นั่นก็หมายถึงว่าคุณจะต้องรอรับการ บริการจากทางอีเมล์เท่านั้น

ระหว่าง Windows Hosting และ Linux Hosting จะเลือกใช้อย่างไร

Windows Hosting และ Linux Hosting คือ Operating System Platform เป็นรูปแบบของระบบปฏิบัติการที่ตัว Host ใช้งาน จะมีอยู่ 2 ระบบปฏิบัติการใหญ่ๆ ที่ใช้งานคือ Windows หรือ Linux ซึ่งถ้า Host ที่ใช้ Windows เป็นระบบปฏิบัติการนั่นก็หมายความว่า ภาษาที่ใช้งานก็จะเป็น ASP หรือ ASP.Net และ PHP ส่วน Host ที่ใช้ Linux เป็นระบบปฏิบัติการภาษาที่ใช้งานก็จะเป็น PHP ถ้าเว็บไซต์ของท่านเขียนด้วย html อย่างเดียว สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ แต่ขอแนะนำให้ใช้เป็น Linux เพราะมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

Host ที่ดีจะต้องให้บริการทั้งเครื่องมืออำนวยความสะดวกและคำแนะนำแก่ผู้ใช้ บริการ เพื่อให้สามารถดูแลและแก้ไข website ของตนเองได้ ผู้ให้บริการ Host จะคิดค่าบริการจากการเช่าพื้นที่ในการให้บริการซึ่ง พื้นที่ดังกล่าวใช้สำหรับเก็บข้อมูล website ที่ต้องการนำเสนอ รวมทั้ง E-mail Database รายละเอียดเกี่ยวกับสถิติผู้เข้าชม ฯลฯ

Post By GICT

ใช้ Hosting ที่ไหนดี

Hosting ที่ดี ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. Hosting นั้นต้องไม่ล่มบ่อย ควรที่จะ Uptime 99.99%
  2. Hosting นั้นต้องมีระบบป้องกันไวรัสและสแปม ควรได้ผลอย่างต่ำ 90%
  3. Hosting นั้นต้องมี ระบบสำรองข้อมูล อย่างต่ำควรเป็น Weekly Backup
  4. Hosting นั้นต้องเปิดเว็บได้รวดเร็ว ไม่โหลดข้อมูลนาน
  5. Hosting นั้นต้องน่าเชื่อถือ ควรเป็นบริษัท ที่เปิดมานาน มีฐานลูกค้าที่มีเชื่อเสียงเยอะพอสมควร

หาก Hosting ที่คุณเลือกมีคุณสมบัติตามนี้ครบถ้วน คุณไม่ต้องลังเลใจ ใช้บริการกับ Hosting นั้นได้เลย

Domain Name คืออะไร

ชื่อโดเมน (Domain Name) หมายถึง ชื่อที่ถูกเรียกแทนการเรียกเป็นหมายเลขอินเทอร์เน็ต (IP Address) เนื่องจากการจดจำหมายเลข IP ถึง 16 หลัก ทำให้ยุ่งยาก และไม่สามารถจำได้เวลาท่องเที่ยวไปในระบบอินเทอร์เน็ต จึงนำชื่อที่เป็นตัวอักษรมาใช้แทน ซึ่งมักจะเป็นชื่อที่สื่อความหมายถึงหน่วยงาน หรือเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ

เช่นเว็บไซต์ของเนคเทค มีหมายเลข IP คือ 202.44.204.33 ซึ่งยากต่อการจดจำ (ในกรณีที่ต้องจำหลายเว็บไซต์) ดังนั้นจึงมีการกำหนดชื่อเรียกใหม่ เป็น www.nectec.or.th ซึ่งก็คือ “ชื่อโดเมน” นั่นเอง

ชื่อโดเมน เป็นชื่อที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลต่อบุคคล แต่การติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย ยังใช้ IP Address ดังนั้น ระบบจึงมีการติดตั้งโปรแกรม และเครื่องที่ทำหน้าที่เป็นตัว Lookup หรือดัชนี ในการเปิดดูบัญชีหมายเลข จากชื่อที่เป็นตัวอักษร หรือเรียกว่า Domain Name โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่นี้เรียกว่า Domain Name Server หรือ Domain Server

รูปแบบชื่อโดเมน
รูปแบบการตั้งชื่อของ Domain ตามหลักการของ Internet มีรูปแบบ 3 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

• โดเมนขั้นสูงสุด – Top Level Domain เป็นรูปแบบที่ยังสามารถแบ่งได้ อีก 2 แบบย่อย คือ
– รูปแบบโดเมนขั้นสูงสุดแบบสากล (General Internet DNS Top Level Domains: gTLDs) เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้กัน โดยเฉพาะในอเมริกา เช่น .com, .net, .gov
รูปแบบโดเมนขั้นสูงสุดแต่ละประเทศ (Country Code Top Level Domains: ccTLDs)
– เป็นรูปแบบที่ใช้บ่งบอกถึงประเทศเจ้าของโดเมน หรือที่ตั้งของโดเมน มักจะใช้กับประเทศอื่นๆ ยกเว้นอเมริกา เช่น .th หมายถึงโดเมนที่ดูแลโดยประเทศไทย หรือ .jp หมายถึงโดเมนของประเทศญี่ปุ่น
• โดเมนขั้นที่สอง – Second Level Domain
• โดเมนขั้นที่ 3 – Third Level Domain

ตารางแสดง Top Level Domain

.com commercial
.net service provider
.org nonprofit organization
.edu educational institution
.gov United States government
.mil United States military
.ac Ascension Island
.ad Andorra
.ae United Arab Emirates
.af Afghanistan
.ag Antigua and Barbuda
.ai Anguilla
.al Albania
.am Armenia
.an Netherlands Antilles
.ao Angola
.aq Antarctica
.ar Argentina
.as American Samoa
.at Austria
.au Australia
.aw Aruba
.az Azerbaijan
.ba Bosnia and Herzegovina
.bb Barbados
.bd Bangladesh
.be Belgium
.bf Burkina Faso
.bg Bulgaria
.bh Bahrain
.bi Burundi
.bj Benin
.bm Bermuda
.bn Brunei Darussalam
.bo Bolivia
.br Brazil
.bs Bahamas
.bt Bhutan
.bv Bouvet Island
.bw Botswana
.by Belarus
.bz Belize
.ca Canada
.cc Cocos (Keeling) Islands
.cd Congo, Democratic People’s Republic
.cf Central African Republic
.cg Congo, Republic of
.ch Switzerland
.ci Côte d’Ivoire
.ck Cook Islands
.cl Chile
.cm Cameroon
.cn China
.co Colombia
.cr Costa Rica
.cu Cuba
.cv Cape Verde
.cx Christmas Island
.cy Cyprus
.cz Czech Republic
.de Germany
.dj Djibouti
.dk Denmark
.dm Dominica
.do Dominican Republic
.dz Algeria
.ec Ecuador
.ee Estonia
.eg Egypt
.eh Western Sahara
.er Eritrea
.es Spain
.et Ethiopia
.fi Finland
.fj Fiji
.fk Falkland Islands (Malvinas)
.fm Micronesia, Federal State of
.fo Faroe Islands
.fr France
.ga Gabon
.gd Grenada
.ge Georgia
.gf French Guiana
.gg Guernsey
.gh Ghana
.gi Gibraltar
.gl Greenland
.gm Gambia
.gn Guinea
.gp Guadeloupe
.gq Equatorial Guinea
.gr Greece
.gs South Georgia and the South Sandwich Islands
.gt Guatemala
.gu Guam
.gw Guinea-Bissau
.gy Guyana
.hk Hong Kong
.hm Heard and McDonald Islands
.hn Honduras
.hr Croatia/Hrvatska
.ht Haiti
.hu Hungary
.id Indonesia
.ie Ireland
.il Israel
.im Isle of Man
.in India
.io British Indian Ocean Territory
.iq Iraq
.ir Iran (Islamic Republic of)
.is Iceland
.it Italy
.je Jersey
.jm Jamaica
.jo Jordan
.jp Japan
.ke Kenya
.kg Kyrgyzstan
.kh Cambodia
.ki Kiribati
.km Comoros
.kn Saint Kitts and Nevis
.kp Korea, Democratic People’s Republic
.kr Korea, Republic of
.kw Kuwait
.ky Cayman Islands
.kz Kazakhstan
.la Lao People’s Democratic Republic
.lb Lebanon
.lc Saint Lucia
.li Liechtenstein
.lk Sri Lanka
.lr Liberia
.ls Lesotho
.lt Lituania
.lu Luxemborg
.lv Latvia
.ly Libyan Arab Jamahiriya
.ma Morocco
.mc Monaco
.md Moldova, Republic of
.mg Madagascar
.mh Marshall Islands
.mk Macedonia, Former Yugoslav Republic
.ml Mali
.mm Myanmar
.mn Mongolia
.mo Macau
.mp Norther Mariana Islands
.mq Martinique
.mr Mauritania
.ms Montserrat
.mt Malta
.mu Mauritius
.mv Maldives
.mw Malawi
.mx Mexico
.my Malaysia
.mz Mozambique
.na Namibia
.nc New Caledonia
.ne Niger
.nf Norfolk Island
.ng Nigeria
.ni Nicaragua
.nl Netherlands
.no Norway
.np Nepal
.nr Nauru
.nu Niue
.nz New Zealand
.om Oman
.pa Panama
.pe Peru
.pf French Polynesia
.pg Papua New Guinea
.ph Philippines
.pk Pakistan
.pl Poland
.pm St. Pierre and Miquelon
.pn Pitcairn Island
.pr Puerto Rico
.ps Palestinian Territories
.pt Portugal
.pw Palau
.py Paraguay
.qa Qatar
.re Reunion Island
.ro Romania
.ru Russian Federation
.rw Rwanda
.sa Saudi Arabia
.sb Solomon Islands
.sc Seychelles
.sd Sudan
.se Sweden
.sg Singapore
.sh St. Helena
.si Slovenia
.sj Svalbard and Jan Mayen Islands
.sk Slovak Republic
.sl Sierra Leone
.sm San Marino
.sn Senegal
.so Somalia
.sr Suriname
.st Sao Tome and Principe
.sv El Salvador
.sy Syrian Arab Republic
.sz Swaziland
.tc Turks and Ciacos Islands
.td Chad
.tf French Southern Territories
.tg Togo
.th Thailand
.tj Tajikistan
.tk Tokelau
.tm Turkmenistan
.tn Tunisia
.to Tonga
.tp East Timor
.tr Turkey
.tt Trinidad and Tobago
.tv Tuvalu
.tw Taiwan
.tz Tanzania
.ua Ukraine
.ug Uganda
.uk United Kingdom
.um U.S. Minor Outlying Islands
.us United States
.uy Uruguay
.uz Uzbekistan
.va Holy See (City Vatican State)
.vc Saint Vincent and the Grenadines
.ve Venezuela
.vg Virgin Islands (British)
.vi Virgin Islands (USA)
.vn Vietnam
.vu Vanautu
.wf Wallace and Futuna Islands
.ws Western Samoa
.ye Yemen
.yt Mayotte
.yu Yugoslavia
.za South Africa
.zm Zambia
.zr Zaire
.zw Zimbabwe

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Domain Name

• โดเมนเนมแรก คือ symbolics.com ซึ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1985
• park คือ การจองโดเมนเนม โดยที่ยังไม่นำไปใช้งาน
• Cybersquatter คือ ผู้ที่ต้องการเก็งกำไรจากการขายโดเมนเนมให้กับผู้อื่น
• ติดตามสถิติการจดโดเมนเนมทั่วโลก ได้จาก http://www.domainstats.com/
• ICANN http://www.icann.org เป็นองค์กรอิสระซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ที่ทำหน้าที่บริหารระบบโดเมนเนม, จัดสรรหมายเลขไอพี, บริหารระบบอุปกรณ์บริการด้านทะเบียนและสืบค้นโดเมน และกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับโปรโตคอลสื่อสาร โดยไม่หวังผลกำไร
• ในอดีตชื่อโดเมน ยาวไม่เกิน 22 ตัวอักษร และได้เปลี่ยนเป็น 63 ตัวอักษร ตั้งแต่ปลายปี 1999 โดยเฉลี่ยไม่เกิน 11 ตัวอักษร
ในการขอจดชื่อโดเมนเนม จะเป็นสิทธิ์แบบเช่าชื่อ ซึ่งมีอายุ 2 ปี และต้องต่ออายุใหม่

http://www.easysoftsolution.com/help-desk-domain.html

VPS คืออะไร

VPS ย่อมาจาก Virtual Private Server แปลว่าเป็น Server ส่วนตัวแบบเสมือน งงล่ะสิ … แปลเป็นภาษาคนอีกที หมายความว่า เป็น Server ของเราเอง แต่ว่าไม่ใช่ Server จริงๆจับต้องได้นะครับ แต่เป็น Server จำลอง อยู่ใน Server จริงๆอีกทีนึง

หลักการคร่าวๆ คือ เจ้าของเครื่อง Server จะใช้โปรแกรมแบ่งเครื่อง Server ตัวเอง ออกเป็นเครื่องเสมือนย่อยๆหลายๆเครื่อง แบ่ง RAM แบ่งฮาร์ดดิสก์ แบ่ง CPU ของแต่ละเครื่องเสมือนออกจากกัน ซึ่งข้อดีสำหรับการใช้ VPS มีดังนี้ครับ

1. เรามี Server เป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์

เราจะเหมือนเป็นเจ้าของ Server เองเลย เราจะมี IP เป็นของตัวเอง ไม่ต้องแชร์กับใคร สามารถลงโปรแกรมอะไรได้ตามต้องการ ไม่ต้องรอ หรือง้อให้เจ้าของโฮสท์มาลงให้ จะใช้เครื่องเดียวนี้เปิดเว็บสักกี่โดเมน กี่ซับโดเมน ก็แล้วแต่เรา

การที่เรามีเนื้อที่ มี CPU มี RAM เป็นของเราเอง จะดีกว่า Shared Host คือไม่ต้องแบ่งใคร ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าเว็บคนอื่นจะมาทำให้เว็บเราช้า หรือเราจะไปกวนเว็บคนอื่นจนต้องโดนเตะออกจากโฮสท์ ถึงเขาจะบอกว่า unlimited แต่ถ้าใช้เยอะๆ เขาก็เตะอยู่ดีครับ

2. ค่าใช้จ่ายน้อย

เนื่องจาก VPS เป็นการเอาเครื่องจริงๆ มาจำลองเป็นเครื่องเสมือนหลายๆเครื่อง จึงทำให้การเช่า VPS มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเช่า Dedicated Server และบางที่ก็ราคาพอๆและถูกกว่าการเช่า Shared Host อีกต่างหาก

3. ดูแลง่าย

ถึงแม้จะเหมือนมี Server ของเราเอง แต่การดูแลง่ายกว่าการมี Server จริงๆ เพราะว่ามันเป็น Server เสมือน ซึ่งคล้ายกับเป็นโปรแกรมตัวนึง ทำให้สามารถสั่งรีบู้ต ปิดเครื่อง เปิดเครื่อง ผ่านทางหน้าเว็บได้เลย โดยไม่ต้องมีคนไปกดปุ่มที่หน้าเครื่องเหมือน Server จริง จะแบ็คอัพก็ทำผ่านหน้าเว็บได้เลย ไม่ต้องเอาเทปไปเปลี่ยน ไม่ต้องถอดๆใส่ๆฮาร์ดดิสก์

เวลาระบบมีปัญหา อยากจะลง OS ใหม่ ก็ทำได้ง่ายผ่านทางเว็บครับ ไม่ต้องถ่อสังขารไปที่หน้า Server เอง ผมเองเคยดูแล Server แล้วต้องถ่อไปที่ Data Center ตอนดึกๆเพื่อแก้ไขปัญหา ชีวิตรันทดมากๆครับ ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมจะไม่ตั้ง Server เองเด็ดขาด

ถ้าจะเทียบกับ Shared Host แล้วก็ใกล้เคียงกัน เพราะ VPS ส่วนใหญ่ จะมีโปรแกรมช่วยให้การจัดการเว็บได้ง่าย ใกล้เคียงกับการเช่า Shared Host ดังนั้นไม่ต้องห่วงว่าจะดูแลยากครับ อาจจะยุ่งตอนลงโปรแกรมครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้ Shared Host อย่าลืมว่าข้อดีก็คือเราจะลงโปรแกรมเพิ่มได้เอง และไม่ต้องลงโปรแกรมที่ไม่จำเป็นครับ

บทสรุป

VPS ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่ต้องการหาเนื้อที่ในการทำเว็บ และต้องการเผื่อสำหรับการขยับขยายเพิ่มเติมในอนาคตครับ

VPS อาจจะไม่เหมาะสำหรับเว็บที่ต้องเก็บข้อมูลเยอะๆเป็นร้อยๆ GB หรือพวก Server เกม Server วิดีโอ เนื่องจากเว็บพวกนี้จำเป็นต้องใช้เนื้อที่ดิสก์เป็นของตัวเองทั้งหมด หรือต้องใช้ CPU มากๆ ดังนั้นควรจะใช้ Server ของตัวเองดีกว่า แต่สำหรับเว็บทั่วๆไป VPS ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า Shared Host ครับ อาจจะใช้ยากกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าลงทุนศึกษา จะคุ้มค่าในระยะยาวกว่าแน่นอนครับ

http://www.hellomafia.com/vps/vps-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

VPS คืออะไร

VPS (Virtual Private Server)

Vps นั้นมีมานานแต่เป็นเทคโนโลยีที่ไม่นิยมในเมื่อก่อนเพราะประสิทธิภาพของ เครื่องนั้นไม่อำนวยเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันประสิทธิภาพของเครื่องใหม่ๆนั้นมีความสามารภเพิ่มมากขึ้นทำให้ สิ่งที่ไม่เป็นจริงเป็นจริงได้หลายอย่างเลยทีเดียวรวมทั้ง vps ด้วย ซึ่งแค่ pc ธรรมดาสมัยนี้คุณก็สามารถที่จะสร้าง virtual mechine หลายเครื่องใน pc เลยทีเดียว

ทีนี้เี่รามาดูกันว่า vps คืออะไรกันแน่ vps แปลเป็นถาษาอังกฤษว่า virtual private server หรือ server เสมือนนั่นเอง หลายๆคนคงเข้าใจ ว่า server เสมือนก็คงเหมือน server จริงๆ แล้วมันก็จริงด้วยครับมันเป็น server จริงๆ มี OS เป็นของตัวเองจริงๆคุณสามารถ install OS ลงไปได้เหมือนคุณติดตั้งปกติและยังไม่เกี่ยวข้องกับใครอีกด้วย

แล้วมันแตกต่างกับ server จริงๆ อย่างไรล่ะ ต่างกันแบบนี้ครับ

server เสมือนนั้นเป็น process ที่คุณสร้างขึ้นมาครับ ความจริงมันคือ program ที่กำลังรันอยู่เท่านั้น แต่โปรแกรมนั้นจะสร้าง Hardware เสมือนขึ้นมาเพื่อให้ OS เห็นเสมือนของจริง ตามรูปครับ

vps

Vps นั้นมีอีกชื่อนึงที่เป็นแนวคิดเลยว่า Virtual Mechine นะครับ ซึ่งหมายถึงเครื่องเสมือน ซึ่งโปรแกรมที่ผมบอกนี้ก็มีหลายๆตัวเลยทีเดียว ทั้ง Vmware, Virtual Box, Xen Virtual Mechine หรืออื่นๆ อีกเป็นสิบครับ

vps นั้นมีข้อดีหลายๆอย่างเช่น ถ้าเครื่อง server จริงเสียหรือพังไป คุณก็เพียงแค่ copy image file ที่อยู่บน Harddisk ของ server จริง ไปอีกเครื่อง คุณก็สามารถใช้ server เหมือนตัวเดิมของคุณได้อีกตามเดิมครับจะ shutdown ยังไงก็ได้เพราะเป็นแค่ process อิอิ

โดยแนวคิดหลักๆตอนนี้มี 2 แนวความคิดครับคือ

1. Virtual Mechine แท้ๆ ซึ่งก็ให้ความหมายตรงตัวคือ จำลองหรือเสมือนหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น Bios, Hardware ต่างๆ, Hard disk, ram, Netword Card รวมทั้งอื่นๆ ประสิทธิภาพจะพอสมควรเท่านั้น และ Virtual Mechine จะ Access ลง Disk ทำไรก็จะ Access ลง Ram จริงแล้ว OS จริงถึงจะ Access ลง Disk อีกที ทำให้เกิดความล่าช้า และปัญหาหลายๆอย่าง ข้อดีคือง่ายต่อการติดตั้งและไม่ค่อยมีปัญหา เวลาย้ายไปย้ายมาไม่ต่อยมีปัญหา ตัวอย่างเช่น Vm ware, Virtual Box และ อื่นๆ เป็นต้น

2. แนวความคิดที่ 2 คือ นำปัญหาในข้อ 1 นั้นมาแก้ไขคือให้ Virtual Mechine นั้นสามารถ Access ram จริงๆได้ Access Harddisk จริงๆได้ ทำให้ประสิทธิภาพนั้นสูงขึ้นมามากเลยทีเดียวแต่ OS ที่นำมาเป็น OS หลัก ของ server นั้นต้องทำการแปลงให้ยอมรับให้ VM นั้น Access ได้ด้วย ซึ่งใน Linux นั้นก็ Support เพราะมี Source Code สามารถ Modify Kernel ได้ตัวอย่างของแนวคิดแบบนี้ก็เช่น Xen Virtual Mechine

โด เมน คือ อะไร

ชื่อเว็บไซต์หรือชื่อเฉพาะที่ใช้เรียกแทนเว็บไซต์นั้นๆ เปรียบเสมือนชื่อบุคคลทั่วๆไป ที่ใช้เป็นสรรพนามเรียกแทนตนเอง ที่สำคัญคือ ชื่อและนามสกุลจะต้องไม่ซ้ำกับคนอื่น เพื่อการแสดงตัวบุคคลที่ถูกต้อง ชื่อโดเมนก็เช่นเดียวกัน จะต้องไม่ซ้ำเพื่อการเรียกหาเว็บไซต์ที่ต้องการ หรืออีกนัยหนึ่ง “ชื่อเว็บไซต์” คือสิ่งแรกที่แสดงหรือ ประกาศความมีตัวตนบนอินเทอร์เน็ตให้คนทั่วไปได้รู้จัก ซึ่งสามารถมีได้ชื่อเดียวเท่านั้นทั่วโลก ดังนั้นชื่อโดเมนที่ดี มีความหมาย หรือเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของท่าน อาจหมายถึงโอกาสหรือใบเบิกทางที่จะนำท่านไปสู่ความสำเร็จได้โดยง่าย

เว็บโฮ สติ้ง (Web Hosting) คืออะไร

เว็บโฮสติ้ง (Web Hosting) คือ รูปแบบการให้บริการที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการ สามารถนำเว็บเพจของตนเอง เพื่อออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งเว็บโฮสนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘ HSP ‘ ย่อมาจาก Hosting Service Provider หรือผู้ให้บริการโฮสติ้ง เป็นธุรกิจที่นำเอาเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับงานสร้างเว็บไซต์ มาให้บริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เว็บไซต์นั้นสามารถมองเห็นได้บนอินเตอร์เน็ต

ทุกเว็บไซต์ที่ออนไลน์บนอินเตอร์เน็ตจะต้องได้รับการฝาก หรือเก็บไว้บนคอมพิวเตอร์พิเศษ ที่เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเซิร์ฟเวอร์นี้จะทำหน้าที่เป็นตัวติดต่อกับทุกหนทุกแห่งตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เว็บไซต์ ของคุณสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลาในโลกที่มีการต่อเชื่อม อินเตอร์เน็ตง่ายๆ แค่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของคุณ (Domain Name) ตัวอย่างเช่น http://www.yourcompany.com/

ผู้ให้บริการจะทำการติดตั้งระบบทั้งหมดให้คุณ เมื่อมีบุคคลที่พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของคุณ (Web address) ชื่อนั้นจะถูกส่งตามเส้นทางจากเครื่องคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปพบเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่คุณได้ฝากเว็บไซต์ไว้ (Host computer) ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที

ดังนั้นการออนไลน์เว็บไซต์ของคุณบนอินเตอร์เน็ต สิ่งแรกที่คุณจำเป็นจะต้องมีคือ เว็บเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งอย่างไรก็ตามการติดตั้งระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์เป็นของตนเองสามารถทำได้ แต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงมากและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้เชี่ยว ชาญด้านเทคนิคดูแล ดังนั้น บริษัทส่วนใหญ่จะไม่ดำเนินการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของเอง และนี่คือที่มาของบริการเว็บโฮสติ้ง เว็บโฮสติ้งที่ดีจะต้องให้บริการทั้งเครื่องมืออำนวยความสะดวกและคำแนะนำแก่ ผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถดูแลและแก้ไขเว็บไซต์ของตนเองได้ ผุ้ให้บริการโฮสติ้งจะคิดค่าบริการจากการเช่า พื้นที่ในการให้บริการซึ่ง พื้นที่ดังกล่าวใช้สำหรับเก็บข้อมูลเว็บไซต์ที่ต้องการนำเสนอ รวมทั้งอีเมล์ ระบบฐานข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับสถิติผู้เข้าชม ฯลฯ

บริการเว็บโฮสติ้งส่วนใหญ่มีข้อดีอันหนึ่งที่จัดได้ว่า เป็นการให้บริการจะดำเนินการแบบเบ็ดเสร็จ (Outsourced service) ซึ่งผู้ใช้บริการไม่ต้องยุ่งยากกับระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใด ผู้ให้ บริการจะดำเนินการและรับผิดชอบทั้งหมด ตั้งแต่การเริ่มติดตั้ง จนกระทั่งการดูแลรักษาระบบให้คุณ

บริการเว็บโฮสติ้งที่ดีที่สุด จะต้องมีระบบที่ใช้งานง่าย และให้ผู้ใช้งานไม่ต้องรู้สึกวุ่นวายเกี่ยวกับ ฟังค์ชั่นที่ซับช้อนของระบบ เพื่อให้คุณสามารถเผยแพร่และนำเสนอผลงานได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว ที่สำคัญยังต้องคงไว้ซึ่งระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม